พระพุทธองค์แสดง ธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร (อัญญาโกณฑัญญะ และปัญจวัคคีย์ ๕)

พระพุทธองค์แสดง ธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร

ในสัปดาห์ที่ ๖ ถึงที่ ๘ เป็นช่วงที่พระพุทธเจ้าแปรสถานที่ประทับไปมาระหว่างต้นศรีมหาโพธิ์ กับ ต้นอชปาลนิโครธ หรือต้นไทร จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ในสัปดาห์ที่ ๘ นับแต่ตรัสรู้มา พระพุทธเจ้าจึงเสร็จออกจากบริเวณสถานที่ตรัสรู้  เพื่อเสร็จไปยังป่าอิสิปตมนฤคทายวัน (ทุกวันนี้เรียกว่า “สารนาถ” ซื่งอยู่ในเขตแดนเมืองพาราณสี)

ครั้นแล้วพระพุทธเจ้าเสร็จไปถึงป่าอิสิปตมฤคทายวันในเย็นวันเดียวกัน ที่ว่านี้ ว่าตามวันเวลาที่ระบุบในหนังสือปฐมสมโพธิว่า…

ขณะนี้พวกปัญจวัคคีย์ ซึ่งมีโกณฑัญญะเป็นหัวหน้ากำลังสนทนากันอยู่ เรื่องที่สนธนากันก็เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าโดยตรงว่า “นับตั้งแต่ผละหนีจากพระพุทธเจ้ามาก็นานแล้ว ป่านนี้จะประทับอยู่ที่ไหน จะทรงระลึกถึงพวกตนอยู่หรือหาไม่” ทันใดนั้น

เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือ โกญฑัญญะ วัปปะ ภทิทิยะ อัสสซิ และมหามานะ ก็เห็นพระฉัพพรรณรังสีสว่างรุ่งเรืองมาแต่ไกล เมื่อเหลียวแลลำแสงพระรัศมี ก็เห็นพระพุทธเจ้ากำลังเสร็จดำเนินมา ทั้ง ๕ จึงนัดหมายกันว่าจะไม่รับเสร็จพระพุทธเจ้า และจะไม่ถวายความเครพ คือจะไม่ถวายบังคม แต่ต่างจะนั่งอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ ไม่สนใจ ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงจริง ปัญจวัคคีย์ทั้งหมดต่างลืมนัดหมายกันเสียสิ้น เพราะต่างก็ลุกขึ้นรับเสร็จ ถวายบังคม และรับบาตรและจีวรด้วย ความเครพอย่างแต่ก่อนเคยทำมา ผิดแต่ว่า กราบทูลพระพุทธเจ้านั้นได้ใช้ถ้อยคำที่พวกตนไม่เคยใช้มาก่อนเท่านั้น ปัญจวัคคีย์ใช้โวหารเรียกพระพุทธเจ้าว่า “อาวุโส โคดม” พระพุทธเจ้าตรัสเตือนสติเบญจวัคคีย์ว่า “พระองค์ได้ตรัสรู้อมตรธรรมจะนำมากล่าวกับเธอทั้งหลาย คำเช่นนี้เราเคยกล่าวกับท่านในกาลก่อนบ้างหรือไม”

เมื่อปัญจคัคคีย์ได้สติพระพุทธเจ้าจึงตรัสเล่าเรื่องให้ฟังว่า “พระองค์ได้บรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ที่เสร็จมาที่นี่เพื่อจะแสดงธรรมโปรดนั้นเอง”

พระอรรถกถาพรรณว่า รุ่งขึ้นเป็นวันอาสาฬหปุณณมี (คือ วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘) เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดง “ธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร” ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกโปรดปัญจวัคคีย์พอจบลง ปรากฎว่า

ท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม อันปราศจากธุลีและมลทินโทษว่า

“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ก็มีความดับไปเป็นธรรมดา”

พระพุทธองค์ได้ทรงทราบด้วยพุทธญาณว่า บัดนี้ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุพระโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้นและเป็นองค์แรกในพระพุทธสาวกของพระองค์ จึงทรงเปล่งพระอุทานว่า “โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอๆ” และจำเดิมแต่นั้นมาคำว่าอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นชื่งของท่าน

ท่านอัญญาโกณฑัญญะ ครั้งได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว จึงทูลขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า และพระพุทธองค์ได้ประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา ให้แก่ท่านอัญญาโกณฑัญญะซึ่งเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา และทรงจำพรรษา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั้น

ในวันต่อมา พระพุทธองค์ทรงสอนท่านทั้ง ๔ ที่เหลือนั้น ด้วยพระธรรมเทศนาชื่อว่า “อนัตตลักขณสูตร”เมื่อจบปรากฎว่า ปัญจวัคคีย์ที่เหลือได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลในอันดับต่อมาและได้ทูลขอบรรพชาอุปสมบท พระสุคตก็ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาตามในที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อปัญจวัคคีย์ มีอินทรีย์แก่กล้า เป็นต้น ความเจริญวิปัสสนาเพื่อวิมุตติ ได้บรรลุพระอหัตผล รวมมีพระอริยบุคคลเกิดขึ้นในโลกทั้งหมด ๖ องค์

เรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรงปฎิเสธสิ่งที่คนคือนักบวชสมัยนั้นนิยมทำกัน คือ เรื่องทรมานตนให้ลำบาก และการปล่อยชีวิตไปตามความใคร่ ทรงปฎิเสธว่าทั้งสองทางนั้น พระองค์เคยทรงผ่านและทรงทดลองมาแล้ว ไม่ใช่ทางตรัสรู้เลย แล้วทรงแนะนำทางทางสายกลางที่เรืยกว่า “มัชณิมาปฎิปทา” คือปฎิบัติดีปฎิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ ที่กล่าวโดยย่อ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา

“ขออนุโมทธนา สาธุ พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา คือ ท่านอัญญาโกณฑัญญะ และปัญจวัคคีย์ ๕ คือ 

  • ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ
  • ท่านพระวัปปะ
  • ท่านพระภัททิยะ
  • ท่านพระอัสสซิ
  • ท่านพระมหามานะ

ประวัติของท่านแต่ละพระองค์ จะกล่าวภายหลัง ท่านเป็นเอกทัคคะ ด้านต่างๆ

ขออนุโมธนา สาธุ สาธุ สาธุ กับทุกท่านที่ได้อ่าน และเกิดความปิติ สาธุ สาธุ สาธุ

โฆษณา