พระอรหันต์ องค์ที่ ๗ ยสกุลบุตร ปฐมอุบาสกและปฐมอุบาสิกา

พระอรหันต์ องค์ที่ ๗ ยสกุลบุตรและ ปฐมอุบาสกและปฐมอุบาสิกา

ยสบุตรเป็นลูกชายเศรษฐีในเมืองพาราณสี บิดามารดาสร้างปราสาทเปลี่ยนฤดูให้อยู่ ๓ หลัง แต่ะละหลังมีนางบำเรอเผ้าปรนนิบัติจำนานมาก เที่ยงคืนหนึ่ง ยสกุลบุตร ตื่นขึ้นมาเห็นนางบำเรอนอนสลบไสลด้วยอาการที่น่าเกลียด วิปริตไปต่างๆ นาๆ ก็เกิดนิพพิทา คือ ความเบื่อหน่ายยสกุลบุตร จึงแอบหนีจากบ้านคนเดียวยามดึกสงัด เดินมุ่งหน้าไปทางป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พลางบ่นไปตลอดทางว่า “อุปัททูตัง วะตะ อุปสัคคัง วะตะ” แปลว่า เฮอ วุ่ยวายจริง! เฮอ! อึดอัดขัดข้องจริง! หมายถึง ความร้อนรุ่มกลุ้มใจ

ขณะนั้นมีเสียงดังตอบออกมาจากชายป่าว่า “โน อุปัททูตัง วะตะ อุปสัคตัง”  (แปลว่าที่มีไม่มีความวุ่นวาย ที่นี่ไม่มีความอึดอัดขัดข้อง) เป็นพระดำรัสตอบ ของพระพุทธเจ้านั้นเอง พระพุทธเจ้ากำลังเสด็จจงกรมอยู่ พระพุทธเจ้าตรัส บอกยสกุลบุตรว่า “เชิญเข้ามาที่นี่แล้วนั่งลงเถิด เราจะแสดงธรรมให้ฟัง”

พระพุทธองค์ทรงแสดงอนุปุพพิกาถา

โปรดก่อน แล้วจึงทรงเทศนาสอน อริยสัจจ์ ๔ และท่านยสกุลบุตร ได้บรรลุโสดปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน

และในขณะนั้นบิดาก็ตามมาพบและถวายบังคมพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจอิทธาภิสังขารของ พระสุคต และตั้งใจฟังธรรมเทศนา “อนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ อย่างตั้งใจ และท่านเศรษฐีได้บรรลุโสดาปัตติผล แสดงตนเป็น อุบาสก เข้าถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ “เป็นอุบาสกที่กล่าวอ้างพระรัตนตรัยเป็นคนแรกในพระพุทธศาสนา”

ฝ่ายยสกุลบุตร ได้สดับพระธรรมเทศนา ซี่งพระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมแก่เศรษฐีผู้เป็นบิดาเหมือนกับพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงแสดงแก่ตน ซ้ำอีกหนึ่งหน จิตก็หลุดพ้นจากสรรพาสวะ เป็นพระอริยบุคคลคือ พระอรหันต์องค์ที่ ๗ ในพระพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้า เมือทรงทราบว่า ท่านยสะเป็นพระอรหันต์ และเศรษฐีผู้บิดาเป็นพระโสดาบัน จึงทรงคลายอิทธาภิสังขาร เศรษฐีผู้บิดาก็มองเห็นท่านยสะ

พระผู้มีพระภาคจึงตรัสกับเศรษฐีว่า “บัดนี้พระยสะได้เป็นพระอรหันต์ชีวิตที่จะกลับไปครองบ้านครองเรือนจึงไม่สมควรอีกต่อไป”

เศรษฐีครั้นได้ทราบจากพระทรงธรรมว่า ยสะบุตรได้บรรลุพระอรหันต์ มีจิตโสมนัส จึงกราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาพร้อมพระยสะ เป็นปัจฉาสมณะ เพื่อไปฉันภัตตาหารในนิวาศสถานของตน ครั้นทราบว่าพระพุทธองค์ทรงรับ จึงถวายบังคมลา ทำประทักษิณเบื่องขวากลับไปบ้านของตน

เมื่อเศรษฐีหลีกไป ท่านยสะกุลบุตรก็ได้ทูลขอบรรพชาและอุปสมบท พระสุคตก็ทรงประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา ให้แก่นยสะ

พอรุ่งเช้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระยสะเป็นปัจฉาสมณะเสด็จเข้าไปรับบิณฑบาตในบ้านท่านเศรษฐี มีมารดา และอดีตภรรยาของพระยสะ พากันมาถวายอภิวาท พระพุทธองค์ทรง ประทับบนวรปัญญัตอาสน์ ทรงตรัส เทศนาอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ แก่มารดาและอดีตภรรยาของพระยสะ ให้บรรลุโสดาปัตติผล เป็น ปฐมอุบาสิกา ในโลกก่อนกว่าหญิงอื่น

โฆษณา